พังงา

เขาใข่นุ้ย จ.พังงา

 

0 View

” เขาไข่นุ้ย ” ตั้งอยู่ที่ ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามอีกจุดหนึ่งของจังหวัดพังงา เขาไข่นุ้ย มีความสูงประมาณ 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล บนยอดเขาไข่นุ้ยมีจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและวิวทะเลหมอกที่มองเห็นได้ในมุมกว้าง และยังสามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินลับขอบฟ้าสู้ทะเลอันดามัน มองไกลๆเห็นทะเลหมอกขาวสวย ปกคลุมทิวเขาน้อยใหญ่มากมาย เขาไข่นุ้ยมีจุดเด่นอยู่ที่ 5 สิ่ง คือ 1.พระอาทิตย์ขึ้น 2.พระอาทิตย์ตก 3.ทะเลหมอก 4.ทะเลอันดามัน และ 5.ทิวเขาที่สวยงาม….


“ทางขึ้นเขาใข่นุ้ยครับ”


“บรรยากาศบนเขาใข่นุ้ย บริเวณเต้นท์ที่พัก” บนเขาใข่นุ้ยสามารถพักได้ทั้งห้องพักเป็นหลังๆหรือจะนอนเต้นทืสัมผัสทะเลหมอกก็ได้ครับ


“เต้นท์ที่เราจะพักกันก็จะประมาณนี้ นอนรับหมอกฟินๆกันไปเลย”


“เราสามารถมานั้งชมวิวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้ากับวิว 360 องศา มองเห็นทะเลอันดามัน สวยมากจริงๆครับ”“พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าสู่ท้องทะเลอันดามัน”


“เมื่อเดินมาอีกฝั่งของเขาใข่นุ้ยจะเห็นวิวเทือกเขาน้อยใหญ่มากมายเรียงรายกันสวยงาม”


“บริเวณนี้จะมีป้ายไว้ไห้ถ่ายรูปเช็คอินกัน”


“ได้เวลาพักผ่อนเพื่อนตื่นเช้ามาผัสผัสทะเลหมอกกันแล้ว”


“สะดุ้งตื่นมาแบบมึนๆ พอออกจากเต้นท์มาเห็นถึงกับต้องร้อง ว๊าวว!!  บอกเลยว่าฟินนมาก”“นั้งจิบกาแฟเบาๆกับอาการเย็นๆ เข้ากั๊นเข้ากัน”“กาแฟที่ชงกับกาน้ำร้อนเตาถ่านนะจะบอกให้ เก๋ไก๋ไปอีกได้ฟิวดีจิงๆ”


“โห้!!! ทะเลหมอกสวยมากจิงๆ เมื่อพระอาทิตย์กำลังขึ้นกะทบกับหมอกเป็นอะไรที่สวย

งามมาก!!!


“สวยเกินจะบรรยาย อยากให้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองกันดู”“มุมนี้ก็สวยไปอีก”


“แสงแดดอุ่นๆกับท้องทะเลหมอกขาวโพลน บรรยากาศแบบนี้บอกเลยว่าฟิน!!”การเดินทางไปยังเขาไข่นุ้ยเราสามารถไปได้โดย “แบบไม่ค้างคืน” หรือจะพัก”แบบค้างคืน”ก็ได้ครับ จะมีที่พักให้ครับราคาจะแตกต่างกัน เนื่องจากเส้นทางขึ้นเขาไข่นุ้ยเป็นถนนลูกรัง 3 กิโลเมตร การเดินทางต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อขับขึ้นไปเท่านั้น รถยนต์ส่วนตัวไม่สามารถขึ้นไปได้ *โดยสามารถติดต่อรถเช่าได้ที่ คุณโจ อบต.ทุ่งมะพร้าว  โทร 084 309 9222  โดยให้นักท่องเที่ยวมาต่อรถเปลี่ยนเป็นรถโฟรวิว ที่ อบต.ทุ่งมะพร้าว แล้วเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาใข่นุ้ยได้เลยครับ…


นงค์ โภชนา…ท้ายเหมือง พังงา

 

0 View

ขอแนะนำร้านอาหารหน้าตาธรรมดา ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมสายหลัก ตรงอำเภอท้ายเหมือง ผมนั่งรถผ่านไปผ่านมาหลายครั้งโดยที่ไม่เคยสะดุดตามาก่อน แต่หารู้ไม่ว่าอาหารปักษ์ใต้ร้านนี้อร่อยหรอยจังฮู้เหลือหลาย นี่ถ้าไม่ได้เจ้าถิ่นคนท้ายเหมืองแนะนำ คงไม่มีทางทราบเลย ร้านนี้มีชื่อว่านงค์โภชนา เปิดมานานกว่า 17 ปีแล้ว…

ตัวร้านมีชั้นเดียว ห้องโถงด้านหน้าทำเป็นที่นั่งกินส่วนด้านในถัดไปเป็นครัวเปิด คุณอนงค์ ภิญโญพันธ์ หรือเจ๊นงค์เป็นคนท้ายเหมือง มีญาติทำร้านอยู่ที่ภูเก็ต จึงหันมาเปิดร้านที่ท้ายเหมืองเองบ้าง ทุกๆเช้ามืดจะตื่นมาออกกำลังกายตอนตี 4พอตี 5 ครึ่ง คุณนงค์จะไปซื้อของทะเลสดๆ ที่ตลาดโคกกลอยมีอะไรดีก็จะซื้อมาทำ เวลามาที่ร้านจึงควรถามว่าวันนี้มีอะไรสดๆ บ้าง


ถ้าไม่ได้ชิมลิ้มลองเหมือนมาไม่ถึงร้านนงค์โภชนาก็คือ แกงพริกซี่โครงหมู(100 บาท) หรอยร้อนแรงเข้มข้นจนเหงื่อแตกพลั่กๆ ด้วยความสะใจ เผ็ดร้อนด้วยพริกไทย ใส่ใบราหรือใบยี่หร่ารสร้อนแรง รวมทั้งพริกแห้ง เมนูแกงพริกนี้เลือกทำเป็นแกงพริกหมูสามชั้น ปลาดุกทะเล ไก่บ้าน ปลาทราย(ถ้าวันนั้นได้ปลาทรายตัวใหญ่ๆ มาจึงจะเหมาะทำแกง) เชิญสั่งตามใจชอบ

แกงพริกซี่โครงหมู


ปลาทรายทอดขมิ้น (150 บาท) ที่กรอบสะใจ คุณอนงค์ตำกระเทียมกับขมิ้นใส่เกลือนิดนึง ทอดจนกรอบหอม โรยหน้าปลาทรายมาเต็มจาน


ขอแนะนำเมนูน้ำๆ ซดๆ แบบปักษ์ใต้ ต้มส้มปลากระบอก(150 บาท) หรอยที่สุดเท่าที่เคยกินมา(คนละแบบกับต้มส้มภาคกลางนะจ๊ะ) รสชาติหอมเปรี้ยวกำลังดี ใส่ขมิ้นเป็นแง่งๆ ตะไคร้ท่อนโตๆ หอมแดง พริก ใบมะกรูด กระเทียมสดเต็มชาม เนื้อปลากระบอกสดนิ่มสุดยอดเพราะซื้อมาวันต่อวัน

ต้มส้มปลากระบอก


อีกอย่างที่อร่อยไม่ซ้ำใครคือ หัวปลาต้มเผือก(160 บาท) เอาหัวปลามงมาทอดก่อน แล้วต้มกับเผือกหอมหัวใหญ่ๆ เห็ดหอม ปรุงด้วยรากผักชี กระเทียมเจียว รสชาติ
เข้มข้นแต่นุ่มนวลกลมกล่อม ได้แทะหัวปลามงเนื้อแน่นๆ


ที่ห้ามพลาดอีกอย่าง กินแล้วหยุดไม่ได้คือหมูคั่วเกลือ(150 บาท) คั่วกับเกลือและกระเทียมจนนุ่มๆชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งมากกินกับนํ้าพริกกุ้งเสียบ (150 บาท) ที่ใช้กะปิจากกระบี่หอมๆกุ้งเสียบตัวเล็กๆกรอบๆ ปรุงครบทุกรสเผ็ดร้อน มีรสหวานด้วยเล็กน้อย แกล้มด้วยผักพื้นบ้านปลูกเองทั้งหมดเช่น ใบโสมใบจักรนารายณ์ (แปะตำปึง) ถั่วพู ลูกเนียง มะเขือเปราะสีม่วงแตงกวา ดอกอัญชัน ชะอมชุบไข่ทอด

หมูคั่วเกลือนํ้าพริกกุ้งเสียบ


สิ่งที่นิยมกินคู่กับน้ำพริกก็คือ ผักเหมียงหรือใบเหมียงต้มกะทิ (100 บาท) ใส่กุ้งสด และอีกเมนูผักเหมียงที่มาร้านอาหารปักษ์ใต้ทีไรต้องสั่งคือ ผัดใบเหมียงใส่กุ้งเสียบ(100 บาท) ใบอ่อนๆมันๆเข้ากันกับกุ้งเสียบกรอบๆ

ผักเหมียงหรือใบเหมียงต้มกะทิผัดใบเหมียงใส่กุ้งเสียบ


ต่อด้วยแกงส้มปลากะพง (150 บาท) ใส่หน่อไม้ดองกับอ้อดิบ เพิ่มรสเปรี้ยวด้วยมะนาว ถ้าไม่ชอบเปรี้ยวมากก็ไม่ต้องใส่หน่อไม้ดอง และวันนั้นมีกุ้งแชบ๊วยสดๆ ด้วย เลยสั่งกุ้งแชบ๋วยต้ม(แล้วแต่จำนวนคนกับราคาที่ซื้อมา วันนั้นจานละ 200 บาท)จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดแซ่บๆ…

แกงส้มปลากะพงกุ้งแช่บ๋วยต้ม

ถ้ามาเที่ยวชายทะเลพังงา ควรหาโอกาสแวะร้านนงค์โภชนาให้จงได้ หรอยจนต้องสั่งแกงพริกใส่ถุงในลังน้ำแข็งกลับบ้านอีกต่างหาก ไม่ไปลองไม่ได้แล้วนะจ๊ะ….


 Location :: 1/12 ถ.เพชรเกษม หมู่ 2 ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา 82120
Open Daily :: 09.00 – 21.00 น. ทุกวัน
Tel ::  08-4056-6973


9 จุด…ท่องเที่ยวห้ามพลาดตะกั่วป่าเมืองเก่า///

 

0 View

ใครว่า เที่ยวเมืองเก่าจะน่าเบื่อ ไม่อยากเที่ยวแบบงงๆ จงไป 9 จุดห้ามพลาดที่เมืองเก่าตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ได้ทั่งภาพสวยๆ ได้ทั่งบุญพร้อมของฝากกลับบ้าน…


1.สะพานเหล็กบุญสูง
(สะพานเหล็กโคกขนุน) ตั้งอยู่เส้นทางระหว่างย่านยาวและเมืองเก่าตะกั่วป่าสร้างมาจากเหล็กของเรือขุดแร่ ของบริษัทจุติ บุญสูงสะพานที่ทอดยาวข้ามแม่น้ำตะกั่วป่า
กับรอยยิ้มของชาวบ้านที่สัญจรไปมาคือเสน่ห์ของที่นี่


2.ตึกขุนอินทร์ หรือ บ้านขุนอินทร์


บ้านโบราณสร้างด้วยชาวจีนเรียบง่ายแต่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล เคยเป็นที่อาศัยของ ร.อ.ท. ขุนอินทรคีรี ( ช้อย ณ นคร ) ซึ่งดำรง
ตำแหน่งนายอำเภอตะกั่วป่าช่วงปี พ.ศ. 2464 – 2469 บ้านได้รับการบูรณะใหม่ให้เห็นความสวยงามของบ้านคหบดีในยุคที่ตะกั่วป่าเคยรุ่งเรือง


3.Street Art เมืองตะกั่วป่า


ลายภาพร่วมในสมัยบนกำแพงเก่า สร้างสีสันให้นักท่องเที่ยว มาถ่ายภาพสร้างความสนุกสนานและลมหายใจให้ตะกั่วป่ามีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง


4.การแต่งกายชุดบาบ๋าสไตล์ตะกั่วป่า

เสื้อคอตั้งแขนจีบ คนที่นี่นิยมแต่งกายเพื่อออกงานบุญและงานสำคัญ เช่นงานแต่งงาน ปัจจุบันยังนิยมแต่งกายเดินเล่น ถนนย้อนยุควัฒนธรรมตะกั่วป่า ที่มีตลาดในทุกวันอาทิตย์ ช่วง พ.ย. – พ.ค. ของทุกปีอีกทั้งยังมีชมรมชาวบาบ๋าฝั่งทะเลอันดามันที่จะช่วยคอยแนะนำการแต่งกายและเปิดให้เยี่ยมชมในวันอาทิตย์อีกด้วย


5.ศาลเจ้าพ่อกวนอู


ศูนย์รวมแห่งพลังศรัทธาของชาวเมืองตะกั่วป่าที่เปิดให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนมัสการเจ้าพ่อกวนอูเพื่อขอพรให้สุขภาพแข็งแรง
การงานมั่นคง ยิ่งช่วงเทศกาลกินเจ ยิ่งคึกคักด้วยความศรัทธาจากชาวบ้านนับหมื่น


6.โรงเรียนเต้าหมิง

ตึกสีเหลืองเข้มของโรงเรียนสอนภาษาจีนสมัยกิจการเหมืองแร่ยังคงรุ่งเรือง โดดเด่นเป็นสง่าตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าและสนามหญ้าสีเขียว กลายเป็นฉากที่มีสีสันสวยงามให้นักท่องเที่ยวต่างถิ่นนับพันได้มาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ยิ่งเดินทางมากับรถสองแถวไม้สีฟ้ายิ่งได้ความรู้่สึกเหมือนย้อนวัยเหมือนได้เดินทางมาโรงเรียนอีกครั้ง


7. วัดเสนานุชรังสรรค์


สถาปัตยกรรมโบราณในการสร้างวัด ล้อมรอบด้วยกำแพงโบราณก่ออิฐถือปูนสูง 2เมตร อุโบสถสูงใหญ่ ภายในบรรจุพระประธานหล่อด้วยโลหะ หน้าตักกว้างประมาณ ๒ ศอกคืบ เปิดให้นักท่องเที่ยวและชาวบ้านสักการะ สงบจิต สงบใจ ได้ออมบุญ


8. เต้าส้อตะกั่วป่า

แม้ว่าจะได้ยินชื่อ เต้าส้อตะกั่วป่า มาจากหลายแหล่งแต่ใครจะปฏิเสธได้ว่าหากมาตะกั่วป่าแล้วไม่ได้ชิมรสเต้าซ้อสูตรดั้งเดิมของเมืองตะกั่วป่าก็เหมือน
จะมาไม่ถึงที่ในละแวกเมืองเก่ามีด้วยกัน 3 แห่ง ได้แก่ เต้าส้อตวงรัตน์ , เต้าส้อนันทวัน และ เต้าส้อแม่อารีย์


 9. ย่านเมืองเก่าตะกั่วป่า อาคารชิโนโปรตุกีส ถนนคนเดินสุดชิค…


ตัวอำเภอตะกั่วป่า…ย่านเมืองเก่าสุด cool ที่เรียงรายไปด้วยอาคารสไตล์ชิโนโปรตุกีสเก่าแก่ 2 ฝั่งถนนบอกเล่าเรื่องราวมากมายเป็นเสน่ห์ที่น่าหลงไหลและทุกเย็นวันอาทิตย์มีถนนคนเดิน บรรยากาศดีชิคๆให้ได้เดินกันแบบชิลๆ มีทั้งสินค้าท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน ผลไม้ตามฤดูไว้ให้เดินซื้อกันแบบฟินๆกันไปเลย

บรรยากาศแบบชิคๆ นั้งจิบกาแฟกับตึกเก่าบรรยากาศช่างดีต่อใจ…


 

ร้านเรอดัง…ลำแก่น-พังงา

 

0 View

ตามเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดพังงาในหมู่นักท่องเที่ยวฝรั่ง ไม่น่าเชื่อว่าจะมีร้านอาหารปักษ์ใต้พื้นเมืองที่นําของทะเลสดๆ มาปรุงอย่างเข้มข้นหรอยจังฮู้
อยู่ทุกพื้นที่ ผมถึงกับเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ว่า เส้นทางสู่เขาหลักนี้ไม่ได้เหมาะสําหรับฝรั่งต่างชาติเท่านั้น แต่คนไทยก็สมควรจะมาเที่ยวด้วยเช่นกัน


ที่พักก็แสนจะสะดวกสบาย ของอร่อยก็มีให้ลิ้มลองอยู่ตามรายทางตลอดสาย นับตั้งแต่โคกกลอย ท้ายเหมือง ทับละมุ เขาหลัก แหลมปะการัง ไปจนถึงตัวอำเภอตะกั่วป่า ดังเช่นร้านเล็กๆ
ในอำเภอท้ายเหมืองแถวทับละมุ ที่ผมขอยกมือเชียร์สุดแขนสองข้าง ร้านนี้มีชื่อว่าเรอดัง ร้านเรอดังอยู่ริมถนนเพชรเกษม ตรงข้ามเทศบาลตำบลลำแก่น เลยทางเข้าฐานทัพเรือพังงา บ้านทับละมุ มาประมาณ 500 เมตร ทางฝั่งซ้ายมือเช่นเดียวกัน
หน้าตาธรรมดาเหมือนร้านอาหารตามสั่งริมทางชั้นเดียว ไม่นึกว่าจะมีของอร่อยมากมายขนาดนี้


ซุปปลากะพงแดง

ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องของสดตามฤดูกาลซึ่งมีทั้งของทะเลและวัตถุดิบอื่นๆ บนบกด้วย มาร้านเรอดังแล้วถ้าไม่ได้ลิ้มลอง ซุปปลากะพงแดง (ที่เราชิมคือถ้วยเล็ก 150 บาท และมี 180-290 บาทด้วย)
เหมือนมาไม่ถึงร้านนะจ๊ะ ไม่ใช่ซุปแบบฝรั่ง แต่ให้หลับตาแล้วนึกถึงต้มเล้งกระดูกหมู ใส่พริกขี้หนูลอยฟ่อง แต่ร้านนี้รสชาติจัดจ้านกว่าตั้งเป็นกอง ใช้ปลากะพงแดงตัวหนัก 3 กิโล สดแสนสด
ไม่ใช่ปลาอวนลาก แต่เป็นปลาที่มีคุณลุงดำลงไปจับเองในคลองเก้าริมทะเล แล้วมาส่งที่ร้าน ปรุงด้วยพริกขี้หนูบ้านเผ็ดๆ หอมๆ กระเทียมเจียว ผักชีใบเลื่อย ขึ้นฉ่าย หอมแดงใบมะกรูด หรอยแรง


ปลาหมึกผัดหวาน

ของหากินยากมีเฉพาะตามฤดูกาลอีกอย่างชื่อว่า ปลาหมึกผัดหวาน (160 บาท) น้ำขลุกขลิก หมึกกะตอยตัวอวบอ้วนผัดกับน้ำตาลปี๊บเคี่ยว ใส่ตะไคร้เป็นท่อนๆ ปรุงด้วย
น้ำปลา มีหมึกดำๆ หวานสดด้วย แค่นี้ก็อร่อยเหาะแล้ว ขนาดวันนี้ไม่มีหมึกไข่ยังอร่อยสุดๆ นอกจากนี้ยังไปทำเมนูหมึกต้มน้ำดำ และหมึกต้มตะไคร้ก็ได้ด้วย


กุ้งลายเสืออบเกลือ

วันนี้โชคดีมีกุ้งลายเสืออบเกลือ (120 บาท ขีดละ 30บาท) เนื้อสดแน่น เป็นกุ้งจับจากคลองสองน้ำธรรมชาติในป่าชายเลน ไม่ได้มีทุกวัน


กบภูเขาทอดกระเทียม

เมนูที่หากินได้ช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม-มกราคม ปีละ 3 เดือนเท่านั้น คือกบภูเขา เราสั่ง กบภูเขาทอดกระเทียม (180 บาท)
ชุบแป้งนิดนึงแล้วทอดให้กรอบๆ ถ้าชอบเผ็ดๆให้สั่ง คั่วกลิ้งกบภูเขาสับ


แกงกะทิกรรเชียงปู

อีกอย่างที่ห้ามพลาดเป็นอันขาดคือ แกงกะทิกรรเชียงปู (300 บาท) เครื่องแกงรสจัดจ้านเข้มข้นใส่ใบชะพลูเนื้อกรรเชียงปูเป็นก้อนๆสดอร่อยเต็มคำมาจากคลองเคียน


ผักเหมียงผัดไข่

มาทางใต้ก็ต้องสั่ง ผักเหมียงผัดไข่ (90 บาท) ร้านนี้ผัดได้อร่อยโดดเด่น นุ่มชุ่มฉ่ำไม่แห้ง กินหมดจานในพริบตา


ปลาอินทรีทอดเต้าเจี้ยว

ของทะเลสดๆ ยังมีอีกมากมาย ทั้งปลาอินทรีทอดเต้าเจี้ยว (จานนี้ 4.2 ขีด 430 บาทขีดละ 55 บาท)ชิ้นโตๆ ใส่เต้าเจี้ยวกับซีอิ๊วดำหอมอร่อยมากๆ


ผัดสะตอใส่กะปิกับกุ้งแชบ๊วย

ผัดสะตอใส่กะปิกับกุ้งแชบ๊วย(220 บาท) สะตอกรอบอร่อยผัดกับกะปิระนองรสไม่เค็มจนเกินไป ส่วนกุ้งแชบ๊วยสดๆมาจากบ้านกลาง ขนาด 16-18 ตัวต่อกิโล


กะเพรารวมซีฟู๊ด

กะเพรารวมซีฟู๊ด (จานเล็ก140 บาท) คั่วแห้งๆเผ็ดๆ ใส่พริกคั่วเองและซีอิ๊วดำ มีทั้งกุ้งแชบ๊วย ปลาหมึก และหมูสับแม้กระทั่งเมนูกินเล่นอย่างยํา


ยํา 5 กรอบ

แม้กระทั่งเมนูกินเล่นอย่าง ยํา 5 กรอบ (160 บาท)ยังยำได้รสมือดีมาก ครบสามรสแต่ไม่หวานจนเกินไป ใส่ทั้งกุ้งเสียบ กระเพาะปลาทอดกรอบ ปลาหมึกกรอบ ปลาสายไหม
มะม่วงหิมพานต์ และถั่วลิสง น่าจะเป็น 6 กรอบด้วยซ้ำ


สมแล้วที่ตั้งชื่อร้านว่าเรอดัง เพราะอิ่มอร่อยพุงกางจนอยากจะเรอดังๆ ออกมาอย่างมีความสุขเสียจริง
ร้านเรอดังเปิดทุกวันตั้งแต่9 โมงเช้าจนถึง 3 ทุ่ม หยุดทุกวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน โทร 08-5691-5821
ร้านนี้ไม่ควรผ่านเลยไป ควรแวะชิมให้จงได้นะจ่ะ


 Location :: ร้านเรอดัง 55/15 หมู่ 1 ตรงข้ามเทศบาลลําแก่น ต.ลําแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา 82210
Open Daily :: เปิด 09.00 -21.00 น. ทุกวัน (หยุดวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน)
Tel ::  08-5691-5821


“Glow Elixir” the cute chalet to fulfill your recess

 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

0 View

“Glow Elixir” ชาเล่ต์น่ารัก..ที่เติมเต็มคำว่า “พัก” อย่างแท้จริง

เป็น 1 ใน 5 ของที่พักบนเกาะยาวใหญ่ที่มองเห็น Sun Set View ได้สวยที่สุด “Glow Elixir” ที่พักตากอากาศในแบบชาเล่ต์ (Chalet) น่ารักๆ 35  หลัง บนพื้นที่ไล่ระดับจากริมหาดทรายชายทะเลไปจนถึงเนินเขาเตี้ยๆที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้เต็มสองตาในแบบ 360 องศา แต่ละหลังมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบมาตรฐานโรงแรม 5 ดาวครบครัน


ซึ่งในส่วนของห้องแบบ Beach Front Pool Villa และ Pool Suite มีสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดกะทัดรัดให้ได้แหวกว่ายได้อย่างเป็นส่วนตัว

 


อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ใครๆ ที่เข้าพักที่นี่ ต่างก็หลงใหลและประทับใจก็คือ ห้องอาบน้ำกลางแจ้ง (Semi Outdoor Bathroom with refreshing rain shower) ที่ออกแบบและตกแต่งให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ จะเลือกอาบกลางแสงจันทร์ แสงดาว หรือเลือกตอนเช้าอาบแสงพระอาทิตย์อ่อนๆที่ทอดผ่านร่มเงาของแมกไม้ก็ไม่ว่ากัน


และหากว่าเบื่อนอนเล่น..นั่งเล่นอยู่ในโรงแรม ก็สามารถที่จะเลือกใช้บริการ Trekking Tour วิถีชุมชนคนเกาะยาวใหญ่ ออกไปสัมผัสชีวิตชาวบ้านในย่านนี้ว่าแต่ละวันเค้าทำอะไรกัน ไปกินโรตี ไปนั่งกินขนมจีนที่ตลาด ไปดูจ๊ะรีทำขนมบ่าบิ่น ขนมอร่อยที่ต้องหิ้วกลับไปฝากคนที่บ้าน หรือจะเลือกแวะนั่งเรือออกไปดูกระชังกุ้งมังกร(Lobster)ก็ยังได้..


แล้วกลับมานั่งสั่งอาหารอร่อยกับมื้อดินเนอร์เก๋ๆ ริมทะเลสวยๆ บอกลาแสงสุดท้ายของวัน กับพระอาทิตย์ดวงโตที่ค่อยๆจ่อมจมลงขอบฟ้าไกลๆ ก็ได้ฟิลลิ่งไปอีกแบบนะตัวเทอ..


Sunset ViewGlow Elixir อีกหนึ่งคำตอบของคำว่า “พัก” อย่างแท้จริง ลองหาเวลาสัก 1-2 วัน และมานั่งปั้นฝัน สร้างแรงบันดาลใจแล้วค่อยกลับไปนั่งทำงานกันต่อ..


ที่ตั้ง :: 99 Moo 3, Prunai, Koh Yao Yai, Phang-nga
Tel :: 087 808 3838
Facebook :: GLOW Elixir Koh Yao Yai
Website :: www.glowhotels.com/elixir-koh-yao-yai/

“บ้านโคกไคร” ใครไปก็หลงรัก

 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

0 View

“บ้านโคกไคร” หมู่บ้านเล็กๆ ใน ต.มะรุ่ย อ.ทับปุด จ.พังงา เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์จากวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นหลัก และมีแหล่งธรรมชาติสวยงามอย่างยิ่ง สามารถรักษาความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมและรักษาสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ไว้ได้ 

บ้านโคกไครเป็นแหลงเลี้ยงหอยนางรมที่ใหญ่มากแห่งหนึ่งของประเทศไทย

 หาดทรายร้อน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หาดน้ำร้อน” ซึ่งเกิดจากรอยแยกของเปลือกโลก จะพบได้ตอนน้ำทะเลลดระดับ ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดน้ำทะเลร้อน ทรายร้อนและโคลนร้อน ชาวบ้านในพื้นที่ใช้บำบัดโรคเหน็บชา ปวดเมื่อย หากได้มาเยือนในตอนเช้าจะพบหมอกควันสีขาวอยู่รายรอบบริเวณหาด

– หาดตั้งเลน หรือ “เขาตั้งเลน” เป็นหาดทรายขาวบริสุทธิ์ทอดยาวอยู่กลางทะเล พบได้ในช่วงที่น้ำทะเลลดเท่านั้น กับทัศนียภาพที่งดงาม ทั้งยังเป็นพื้นที่ของ “ปูมดแดง” นับแสนตัว จะออกมาปรากฏกายให้เราได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

มา พายเรือคายัคเลาะถ้ำ โขดหิน ชมความงามของหินงอก หินย้อย และเวิ้งหุบเขา หรือที่เรียกกันว่า “ลากูน” ที่ต้องพายเรือคายัคลอดผ่านหุบเขาเข้าไปภายในเงียบสงบ จนสามารถได้ยินเสียงธรรมชาติได้อย่างชัดเจน ชมธรรมชาติกันอย่างใกล้ชิด

กิน”หอยนางรม”สดๆ สดชนิดว่าเอาขึ้นมาจากกะชังเลี้ยง ทำกันสดๆกันเลยทีเดียว กระชุ่มกระชวยกันไปครับ!!!

 ***สนใจท่องเที่ยว “ชุมชนบ้านโคกไคร” ติดต่อ 08-7886-0465***

บ้านท่าดินแดง “ดินแดนแห่งความสุข”

 

บ้านท่าดินแดง ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่บ้านเป็นพื้นที่ติดกับทะเล มีป่าชายเลน และป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ มีลักษณะเป็นแหลมยื่นออกไปในทะเล เหมาะแก่การเที่ยวชมธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง มีประชาชนอาศัยอยู่ 20 ครัวเรือน ประชากร 430 คน ส่วนใหญ่ตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งคลองป่าชายเลน ในปี พ.ศ.2547 เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ชุมชนบ้านท่าดินแดงเกิดน้ำทะเลท่วมสูงทั่วทั้งหมู่บ้าน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสียหายไปจนเกือบหมด และได้มีการฟื้นฟูธรรมชาติโดนการร่วมมือกันของประชาชนในพื้นที่จนธรรมชาติกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง!!!

ปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ หลังเกิดเหตุการณ์สึนามิทรัพยากรถูกทำลายจนเกือบหมด ชาวบ้านจึงเปลี่ยนมาปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ เพื่อแก้ไขปัญหาดินที่กลายเป็นดินทรายแทบทั้งหมด ทุกวันนี้ในชุมชนปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ประมาณ 100 โรงเรือน ทั้งผักกาดขาว คะน้า กวางตุ้ง ผักสลัด และก่อตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักบ้านท่าดินแดง

โดยสมาชิกจะขายโดยตรงกับลูกค้าทั้งโรงแรมที่เขาหลักและภูเก็ต รวมไปถึงโรงพยาบาลใกล้เคียงในจังหวัดพังงา โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางและสามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดทั้งปีทั้งนี้อาชีพประมงก็ยังเป็นอาชีพพื้นฐานก็ชาวบ้านท่าดินแดงทุกครัวเรือน

เหมืองแร่โบราณ บังโหรนเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนละแวกนี้จะนิยมทำเหมืองแร่กันมาก และทิ้งร่องรอยประวัติศาสตร์ในยุคเฟื่องฟูของการทำเหมืองแร่เอาไว้ให้ได้ชมกัน ส่วนใหญ่ที่นี้จะเป็นแร่ดีบุก โดยมีผู้หลักผู้ใหญ่ขอทางชุมชนมาสาธิตวิธีการร่อนให้ได้ดูอีกด้วย

มาล่องเรือคยักชมระบบนิเวศ ป่าชายเลนและป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ของบ้านท่าดินแดง และยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้อยใหญ่อีกด้วย

ตลอดทางก็ชมระบบนิเวศและป่าโกงกางน้อยใหญ่ที่สวยงามและร่มรื่น บรรยากาศช่างสบายและดีมากเลยครับ

พายเรือคายัคชมความงามป่าชายเลนและป่าโกงกางเสร็จแล้ว เราก็ขึ้นเรือหัวโทงพาพวกเราไปจอดเรืออีกจุดหนึ่ง เพื่อให้พวกเราได้เดินเบิกบานกลางทุ่งหญ้าสวันนาเหลืออร่ามกัน

ทุ่งหญ้าสะวันนา จ.พังงา (ทุ่งหญ้าสีทองเหลืออร่าม)

เราจะเห็นทิวทัศน์เหมือนกับที่เราเห็นในสารคดีทุ่งสะวันน่าของแอฟริกาก็ไม่ต่างกัน (สวยงามมาก)

ทุ่งหญ้าแห่งนี้ความพิเศษ คือ สีหญ้าที่เปลี่ยนไปตามแสง เงา  เมื่อผ่านหน้าฝนทุ่งหญ้าจะเปลี่ยนจากสีเหลืองทองเป็นสีเขียว///

ห่างจากทุ่งหญ้าสะวันน่าไปไม่ไกล ก็คือ “เขาหน้ายักษ์” หาดที่เขาว่าสวยไม่แพ้เกาะสวยๆ ในพังงาเลยทีเดียว

ถึง หาดเขาหน้ายักษ์ แล้ว เรามาถึงช่วงเย็นพระอาทิตย์กำลังจะลับของฟ้า แสงสีทองแผ่ไปทั่วชายหาดกระทบสีของทรายจึงยังเป็นสีออกน้ำตาลทอง ๆ สวยงามจับใจ

ทะเลเรียบสวยสีฟ้า ชวนให้เดินลงไปเล่นน้ำที่สุด บรรยากาศที่เงียบสงบกับเสียงเกลียวคลื่นกระทบหาดทราย มองดูพระอาทิตย์ลับของฟ้าไปอย่างช้าๆ เป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยายได้

สนใจท่องเที่ยว ชุมชนบ้านท่าดินแดง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ติดต่อตามเบอร์โทรด้านล่างได้เลยครับ
เบอร์โทรติดต่อ ชุมชนบ้านท่าดินแดง : https://www.facebook.com/khaonayaktour/
บังดีน : 086-237-0823
บังโหรน : 084-443-3539
บังจิ๋ว : 086-274-7061

0 View

บ้านสามช่องเหนือ จ.พังงา ความสวยงามของธรรมชาติและวิถีชีวิต!

 

บ้านสามช่องเหนือ ตั้งอยู่ที่ตำบลกะไหล เขตอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม บ้านสามช่องเหนือ เดิมเรียกว่า “ทับเหนือ” คำว่า ‘ทับ’ หมายความว่า ที่อยู่อาศัยชั่วคราวของชาวประมง ต่อมาเมื่อมาสร้างทับกันหนาแน่นขึ้นก็กลายสภาพเป็นชุมชน — ปี 2457 ก็ได้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็น บ้านสามช่องเหนือ ซึ่งมีที่มาจากลำคลองสามสายที่ไหลผ่านเหนือหมู่บ้าน คือ คลองบางหลาม คลองเชียงใหม่ และคลองตาจอ และไหลมารวมกันเรียกว่า คลองสามช่อง…

ชาวชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรปลูกยางพารา ทำประมงชายฝั่งพื้นบ้าน “โครงการพัฒนาเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน” ได้เลือก บ้านสามช่องเหนือ เข้าร่วมเป็นหนึ่งในชุมชน “การท่องเที่ยวโดยชุมชนคลัสเตอร์อันดามัน” มี สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต เป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบโครงการ…

ระหว่างนั้งเรือไปชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ระหว่างทางก็จะเห็นชาวประมงกำลังหาปลาและสัมผัสได้ถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านสามอ่าวเหนืออีกด้วย///

ธรรมชาติที่ยังสวยงามและอุดมสมบูรณ์ของที่นี้ ทำเอาร่างกายรู้สึกฟินและได้สัมผัสกับธรรมชาติแบบเต็มอิ่มกันเลย

และแล้วเราก็เดินทางมาถึงสถานที่แรก ต้นแสมดำคู่  หรือต้น ปี ปี บางพื้นที่เรียกว่าต้น พี พี ที่ขึ้นอยู่กลางทะเล น้ำขึ้นก็จม น้ำลงจึงจะโผล่ให้เห็น รับสายลมแสงแดดผ่านปัญหาอุปสรรค์จาก กระแสคลื่น ลม สายน้ำที่ไหลเชี้ยวโหม กระหน่ำเข้าหาตลอดเวลา ทำให้ต้องปรับตัวตามสภาพการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติเพื่อการอยู่รอด. 

นั้งเรือมาอีกไม่ไกลก็ถึงเกาะ ทะลุซึ่งจะเป็นทางขึ้นถ้ำเพชรปะการังที่เราจะไปกัน///

ทางขึ้นถ้ำเพชรปะการังก็ค่อนข้างชันแต่ชาวบ้านได้ทำทางขึ้นเอาไว้ให้แล้วจะมีราวไม้ไว้ไห้ได้จับกัน

เมื่อเดินมาถึงบริเวณถ้ำเพชรปะการังก็ต้องร้องว๊าว…ด้วยความสวยงามของถ้ำและมีแสงอาทิตย์ที่เปร่งประกายผ่านผนังของถ้ำน่าอัศจรรย์เลยทีเดียว สวยมากครับ…..

ท่องเที้ยวแบบธรรมชาติกันแล้วเราก็กลับมาที่หมู่บ้านสามช่องเหนือเพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านกันบ้าง

มาถึงก้เริ่มหิวแวะกินขนมจีนไก่ทอดรองท้องกันสักนิดก่อนครับ

บ้านสามช่องเหนือเปิดรับนักท่องเที่ยว นักเดินทางเข้าพักแบบโฮมสเตย์ ท่านจะมาเดี่ยว หรือเป็น กรุ๊ปเล็ก กรุ๊ปใหญ่ ที่นี่รับได้หมด ส่วนราคาต่อหัวนั้นก็มิตรภาพแบบเป็นกันเองสุดๆ ไปเลยครับ

ห้องพักสะอาดสะอ้านน่าพักเลยทีเดียว

โฮมสเตย์อีกหลังก็กว้างขวางมีหลายห้องไว้รอต้อนรับนักท่องเที้ยวที่จะมาพักที่นี้ครับ

เดินมาเรื่อยๆก็แวะดูการทำกะปิ เรียกได้ว่าทำกันแบบสดๆ ขอบอกว่ากะปิที่นี้เด็ดมาก!!!

มาดูการทำผ้ามัดย้อม และสามารถลงมือทำได้ด้วยตัวเองเอากลับไปเป้นที่ระลึกได้อีกด้วย เยี่ยมเลยครับ///

ล่องเรือแคนนูชมธรรมชาติของป่าโกงกางที่ค่อยข้างอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง ฟินๆกันไป…

เชิญชวน! ให้ลองมาสัมผัสวิถีชีวิตธรรมชาติที่สวยงาม ตื่นตาตื่นใจกับทัศนียภาพสวย ๆ ในอ่าวพังงา จอดเรือเล่นน้ำดำน้ำตามเกาะต่างๆ ชมถ้ำลอด ไต่เขา เข้าถ้าเพชรประการัง  เพื่อขึ้นไปปากปล่องถ้ำด้านบนเขา คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับวิวอ่าวพังงาในมุมสูง ขอบอกว่าวิวสวยมากเลยครับ

เขาหน้ายักษ์ จ.พังงา “ไปแล้วจะหลงรัก”

 

0 View

เขาหน้ายักษ์  ตั้งอยู่บนหาดท้ายเหมืองจังหวัดพังงา อยุ่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง โดยเขาหน้ายักษ์อยู่ใกล้ๆกับบ้านท่าดินแดง ซึ้งเป็นหมู่บ้านที่มีพื้นที่ติดกับทะเลป่าชายเลน มีป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดพังงา ด้วยเป็นหาดที่มีทรายขาวละเอียดน้ำทะเลสีฟ้า ชายหาดเขาหน้ายักษ์มีน้ำใสมีโขดหินที่มีสีสันสวยงามและรูปร่างแปลกตาเหมาะแก่การถ่ายรูป และยังเป็นจุดวิวทะเลสามารถมองเห็นพื้นทะเลแสนสวย เบื้องล่างได้แบบ เต็มตาและสามารถชมวิวยามดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้อย่างสวยงาม การเดินทางเพื่อมายังเขาหน้ายักษ์ (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง) โดย 1.รถยนต์จากหาดท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เข้าสู่อุทยานแห่งชาติหาดท้ายเหมือง โดยผู้ชำนาญเส้นทาง 2.ทางเรือซึ่งเป็นเรือนำเที่ยวของชาวบ้านสามารถขึ้นเรือได้ที่บ้านท่าดินแดง

ชุ่มฉ่ำ ณ แดนใต้ไม่ได้มีแค่ทะเล ยกก๊วนกันมาเฮ #Dinosea World Park

 

[post-views] view

เที่ยวกันอีกแล้วจ้า สำหรับรอบนี้ขอเอาใจสายชอบเที่ยวแบบหนีร้อนมาพึ่งเย็นกันกับ “ชุ่มฉ่ำ ณ แดนใต้ไม่ได้มีแค่ทะเล ยกก๊วนกันมาเฮ #Dinosea World Park” สวนน้ำติดทะเล ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล จังหวัดพังงานั่นเอง บนพื้นที่ 54 ไร่ แล้วเพลินไปกับโซนไฮไลท์ ที่น่าสนใจสไลเดอร์ขนาดใหญ่ สระน้ำไซส์ยักษ์กว้างถึง 9 ไร่ และสระน้อยใหญ่อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีโซน “ออนเซ็น” หรือ “การแช่บ่อน้ำร้อน” หรือแม้แต่ food Park ร้านกาแฟเก๋ๆ ก็มีนะจ๊ะ แต่ไฮไลต์อีกอย่างที่แนะนำ ถ้ามาที่นี่แล้วต้องมาลองให้ได้นั่นก็คือ เครื่องเล่นเขาตะปู กับความสูงถึง 6 เมตร สามารถเดินขึ้นบันไดวน จนถึงด้านบนสุดเพื่อกระโดดลงสระน้ำด้านล่าง พูดได้คำเดียวว่า สุดๆจริงๆ ว่าแล้วเราก็ไปลุยกันเลยจ้า

เริ่มต้นการเดินทางไป Dino sea World Park ถ้ามาจากเมืองภูเก็ต ให้สังเกตุง่ายๆว่าข้ามสะพานสาระสิน มาประมาณ 800 เมตร เราสามารถมองเห็นสวนน้ำบนสะพานได้ด้วยนะจ๊ะ ขับรถไปให้กลับรถที่ยูเทิร์นแรกแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปทางบ้านท่าปากแหว่ง จะมีป้ายทางเข้าของ  Dino sea World Park บอกอยู่ตลอดข้างทาง ขับรถเข้าไปเรื่อยๆให้สังเกตุว่าข้ามสะพานน้อยๆแล้วเลี้ยวขวา จากนั้นตรงเข้าไปเรื่อยๆ ไม่ต้องกลัวว่าทำไมมันไม่ถึงสักทีนะครับ ครั้งแรกก็งี้แหละ เดี๋ยวครั้งต่อๆไปก็ชินไปเอง อิอิ

เริ่มต้นเข้าแถวซื้อบัตรเข้ากันเลยจ้า

เราก็จะได้บัตรเข้าสวนน้ำแบบ ริสแบนด์กระดาษ แลดูไฮโซ ม่านฟ้า ปะล้ำปะเหลือ อะไรเช่นนี้

มาดูใกล้ๆกันหน่อย Zoom Zoom

ริสแบนด์จะมีการแยกประเภทของผู้เข้าระหว่างชาวต่างชาติ กับ คนไทย ต่อไปคือการทำความรู้จัก กับสวนน้ำกันด้วยแผนที่ ที่มาพร้อมกับรายละเอียดภายในสวนน้ำนะเออ

หากเราไม่เข้าใจตรงช่วงไหนหรือมีข้อมูลเพิ่มเติมอยากจะทราบสามารถถามพี่ๆที่เค้าดูแลที่นี่ได้เลยจ้า

ไปๆกันอย่ามัวรีรอเข้าไปกันเลยจ้า

ก่อนเข้าไปเราก็จะเห็นป้ายข้อห้ามตัวใหญ่ๆ ก็ทำตามกันนิดนึงนะจะบอกให้

ทางเข้าก็จะเป็นแบบอัตโนมัติแค่เราเอาริสแบนด์ที่ข้อมือเราแตะ ทางเข้าก็จะเปิดทันที โอ้พระเจ้าจ๊อต มันยอดมาก 55

เดินเข้าไปชิลล์ๆจะเลือกเข้าตรงไหนก่อนก็แล้วแต่ความชอบเลยจ้า

เรามาดูกันว่ามีอะไรเล่นกันบ้าง ตามพวกเค้ากันไปได้เลยจ้า

เจอกิ้งก่ายักษ์ตลอดทาง ยังกะเข้าไปใน Jurassic park กันเลยทีเดียว

ทุกๆเครื่องเล่นก็จะมี ข้อห้าม อยู่ด้านหน้าตลอด ระบบรักษาความปลอดภัยหายห่วง

แล้วก็มีเสื้อชูชีพไว้คอยให้บริการกันด้วยนะจ๊ะ

ไปเจอกับไฮไลท์ ของเรากันดีกว่า กับสไลเดอร์ขนาดใหญ่ สระน้ำไซส์ยักษ์กว้างถึง 9 ไร่ ใหญ่เบ่อเร่อเท่อ

สไลเดอร์ขนาดใหญ่ สระน้ำไซส์ยักษ์กว้างถึง 9 ไร่

สไลเดอร์ขนาดใหญ่ สระน้ำไซส์ยักษ์กว้างถึง 9 ไร่

สไลเดอร์ขนาดใหญ่ สระน้ำไซส์ยักษ์กว้างถึง 9 ไร่

ด้านข้างของสระน้ำจะมีท่อฉีดน้ำ รับรองว่า ชุ่มฉ่ำ ชื่นหัวใจ ผุดๆ ณ จุดๆนี้ มันก็จะเย็นๆหน่อย เดินไปอีกหน่อยก็จะเจอกับ ไฮไลต์อีกอย่างที่ผมแนะนำ ถ้ามาที่นี่แล้วต้องมาลองให้ได้นั่นก็คือ เครื่องเล่นเขาตะปู กับความสูงถึง 6 เมตร มันก็จะมีความเสียว มากๆ อิอิ

เครื่องเล่นเขาตะปู กับความสูงถึง 6 เมตร

เครื่องเล่นเขาตะปู กับความสูงถึง 6 เมตร

สูงมั้ยถามใจเธอดู

เดินขึ้นมาสูงถึง 6 เมตร มันก็จะขาสั่นหน่อยๆ ใครไม่ยืน ณ จุดๆนี้ไม่มีทางรู้แน่นอน แนะนำให้ขึ้นมาดูกันนะครับ

บริเวณรอบข้างก็จะมีที่ให้นั่งพักชิวๆสำหรับมิตรรักแฟนเพลง

ปิดท้ายเครื่องเล่นนี้ กับการพลีชีพกระโดดเข้าปาก จิ้งจกยักษ์ ของพี่เค้าละกันครับ อิอิ ถามว่าภาพนี้มาได้ไง ตอบได้คำเดียวว่า ผมเก่ง 55

เดินกันต่อไปเรื่อยๆก็จะเจอกับสระน้ำน้อยใหญ่ หลากหลายรูปแบบเชิญเลือกเล่นได้ตามอำเภอใจเลยจ้า

สระน้ำพร้อมสไลเดอร์

สระน้ำพร้อมเครื่องเล่น

สระน้ำพร้อมสไลเดอร์

สระน้ำพร้อมสไลเดอร์

ปลอดภัยไว้ก่อนนะจ๊ะ

หิวแล้วก็เดินไปเติมพลังได้ที่ Food Park นะครับ

Food Park

Food Park

หรือจะเป็นร้านกาแฟที่นี่เค้าก็มีจ้า

Dino Coffee

เสร็จจากภาระกิจการกินเรียบร้อยแล้ว ก็เดินให้เม็ดข้าวเรียงตัวกันสักพักแล้วไปแช่ บ่อออนเซ็น กันดีกว่าเพื่อสุขภาพก็มา

ทางเข้ามันก็จะมีความร่มรื่น ชื่นใจหน่อยๆนะจ๊ะ

บ่อออนเซ็น

และสำหรับท่านใดที่ไม่ชอบแช่น้ำ ก็หันมาสัมผัสกับบรรยากาศหาดทรายสีขาว จะนั่งชิลล์ ถ่ายรูปเช็คอินกันไป คนที่มาเป็นคู่ก็นั่งจู๋จี๋กันไป slow life สุดๆ

หาดทรายสีขาวละเอียด

slow life hipster

หาดทรายสีขาวละเอียด

ถ่ายรูปเช็คอินกันยาวไป

Selfie Addiction

เป็นอันว่าจบการเที่ยวสวนน้ำเลยละกันนะครับ อิอิ อ๋อๆขอแนะนำอีกโซนหนึ่งที่พี่เค้าบอกว่ากำลังจะมีในเร็วๆนี้ นั่นก็คือ ในส่วนของ Zone Cocktail Bar รับรองว่าฟินกันไปตามๆกันอย่างแน่นอน

Zone Cocktail Bar

อย่าลืมมากันนะจ๊ะ แลนด์มาร์คใหม่ให้มาเช็คอิน ไม่ว่าจะมาเดี่ยว หรือจะมายกก๊วน “ชุ่มฉ่ำ ณ แดนใต้ไม่ได้มีแค่ทะเล ยกก๊วนกันมาเฮ #Dinosea World Park”