Phuket

6ที่พักภูเก็ต นอนชิลล์ในวันฝนพรำ!!

0 View

6ที่พักภูเก็ต นอนชิลล์ในวันฝนพรำ!!

จังหวัดภูเก็ต เมืองท่องเที่ยวระดับโลก ที่ขึ้นชื่อว่ามีทะเลสวยมากๆ ไม่ว่าคนไทยหรือชาวต่างชาติ ต่างก็เลือกภูเก็ตให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจเป็นอันดับแรกๆ ให้ทริปวันหยุดของเรานั้นเป็นทริปที่น่าประทับใจ วันนี้เราได้รวบรวม 6 ที่พักภูเก็ต นอนชิลล์ในวันฝนพรำ ต้องแอบไปนอนหลบฝนกันแบบชิลล์ๆ เหมาะกับการไปนอนพักผ่อนสัมผัสบรรยากาศดีๆทะเลสวยๆกันครับ…


1.Crest Resort and Pool Villas

Crest Resort and Pool Villas เป็นที่พักที่เหมาะสมกับการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง ด้วยการดีไซด์ห้องที่ดูเก๋แบ่งเป็นสัดส่วนตกแต่งอย่างสวยงาม บรรยากาศเงียบสงบมองจากที่พักเราสามารถมองเห็นวิวทะเลป่าตอง ยิ่งในช่วงพระอาทิตย์ตกจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนสวยไม่แพ้ที่อื่นอย่างแน่นอนทำให้ไม่ควรพลาดที่จะมาพักที่โรงแรมแห่งนี้ครับ…


2.Deevana patong resort&Spa

แวะพัก..รีสอร์ทกลางเมือง “Deevana Patong Resort and Spa” ในบรรยากาศที่แวดล้อมด้วยหาดทราย..ชายทะเล บางโมเม้นต์ก็แอบโหยหารีสอร์ทที่แน่นไปด้วยความเขียวสดของแมกไม้น้อยใหญ่ ที่พักที่ให้มากกว่าบรรยากาศของ SEA SUN SAND แนะนำให้แวะไปทิ้งดิ่งที่ “โรงแรม ดีวาน่าป่าตอง รีสอร์ท แอนด์ สปา” โรงแรมบรรยากาศรีสอร์ทใจกลางป่าตอง กับการพักผ่อนในห้องพักที่เน้นการตกแต่งสวยเรียบหรูชูความเป็นไทย 

ห้องพักมีให้เลือกพัก 2 โซน การ์เด้น วิง และดีลักซ์  วิง ซึ่ง การ์เด้น วิง จะเน้นความเป็นธรรมชาติ เขียวครึ้มของแมกไม้  ส่วนดีลักซ์  วิง  เป็น โซนอาคาร 3 ชั้น โดยมีประเภทห้องพัก 4 รูปแบบ คือ  ดีลักซ์    ดีลักซ์จากุซซี่   สวีท และ  สวีทจากุซซี่ เลือกได้ตามใจชอบ…


3.Hotel indigo phuket patong

Hotel Indigo Patong จึงเป็นโรงแรมที่สามารถสัมผัสได้ถึงการหลอมรวมเอาความเป็นภูเก็ต เมืองป่าตอง ท้องทะเลและป่าเขตร้อน มาไว้ด้วยกัน ห้องพักที่ไม่คับแคบ เน้นพื้นที่สำหรับใช้งานได้อย่างลงตัว เติมแต่งความสดใสด้วยพรมปูพื้นที่สั่งทำขึ้นมาโดยเฉพาะ ทั้งสีฟ้าสด และสีแดงสด สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ทำให้ห้องนอนสีหม่นไม่หม่นมัวไปเสียทั้งห้อง ในห้องน้ำก็ยังมีหลอดไฟนีออนสีสันสุดจี๊ด  สื่อถึงชีวิตยามราตรีของคนป่าตอง กระจกภายในห้องน้ำเลือกแบบให้คล้ายกับกระจกในห้องแต่งหน้าของนักแสดงโชว์คาบาเร่ต์ เก๋ๆ กันไปเลย


4.MAI HOUSE Patong  Hill

เป็นโรงแรมที่ผสมผสานกลิ่นอายของท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานระหว่างความงดงามในแบบตะวันออกอย่างศิลปะจีนโบราณ กับความแข็งแรงดูทันสมัยแบบตะวันตกอย่างศิลปะชิโนโปรตุกีสได้อย่างลงตัว ในทุกๆจังหวะก้าวผ่านก็จะสัมผัสได้ถึงความงามแบบคลาสสิคที่สอดรับกันไปทุกจุด ตั้งแต่ล็อบบี้ไปจนถึงห้องพัก มีสระว่ายน้ำกลางแจ้งที่มองเห็นท้องทะเลอันดามันอยู่ไกลๆ มีบริการสปาที่สนเงียบสงบ รวมไปถึงพื้นที่ Drink & Dinning ที่ดีไซน์บรรยกาศการดื่ม-กินได้อย่างเหมาะเจาะ


5.Cape Sienna

อีกหนึ่งที่พัก..ที่อยากชวนมานอนพักสักคืนสองคืน ก่อนกลับไปทำงานที่แสนหนักหน่วง Cape Sienna โรงแรมในย่านนาคาเล แถวๆ กมลา ที่มีการออกแบบดีไซน์ที่กลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติในย่านนี้  โรงแรม..ที่ทุกห้องมองเห็นท้องทะเลอันดามัน (Sea View) ได้เต็มๆ สองตาแบบไม่มีอะไรมาขวางกั้น


สำหรับห้องพักมีให้เลือกตามความต้องการของผู้เข้าพัก จะมาแบบคู่รักหวานๆ คู่เพื่อนเก๋าๆ หรือว่าจะมาแบบเดี่ยวๆ คนเดียวก็เฟี้ยวได้ กับฟังก์ชั่นห้องรูปแบบต่างๆ ที่เน้นความโอ่อ่าท้าลมทะเล มีระเบียงเก๋ๆ ที่กว้างกว่ากว้าง ให้ได้นั่งชิลล์ๆ ชมวิวสวยๆกันไป ห้องน้ำที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เข้าพักทุกรูปแบบ ทั้ง Jacuzzi Bath Tub Sea View / Jacuzzi Bath Tub ให้ได้นอนแช่กันยาวๆ ชมแสงดาวแสงเดือนได้อย่างสบายอุรา


6.The Vijitt Resort

The Vijitt Resort เป็นวิลล่าที่อยู่คู่เกาะภูเก็ตมาช้านาน ผ่านการรีโนเวทใหม่หมดจดทันสมัยและเก๋ไก๋ไฉไลในย่านหาดราไวย์ สำหรับ The Vijitt Resort ก่อนหน้านี้เปิดให้บริการรูปแบบของบ้านพักตากอากาศหรือบังกะโล จนเปลี่ยนผู้บริหารที่เข้ามาปรับ เข้ามาเปลี่ยน จนกลายเป็นรีสอร์ทที่ดู Luxury 5 ดาว สวยเก๋..ริมทะเลราไวย์


Torry’s Ice cream @ Sound Gallery

0 View


Torry’s Ice cream 

Torry’s Ice cream สยายปีก เพิ่มการให้บริการที่ด้านหน้าโรงแรม Sound Gallery Boutique  Hotel ซึ่งยังคงคงคอนเซปวัฒนธรรมการกินแบบ “เพอรานากัน” เรียบหรู..ดูสง่างาม ทั้งการตกแต่งภายในร้าน ทั้งโต๊ะ-เก้าอี้ รวมถึงอุปกรณ์ในการรับประทาน แก้วน้ำ จาน ส้อม พิธีพิถันทุกขั้นตอนเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับบรรยากาศอย่างแท้จริง…



เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศภายในร้านสามารถสั้งชาร้อนๆมานั้งจิบแบบชิลล์ๆกันได้เลย เรียกว่าช่างเข้ากับบรรยากาศจริงๆครับ


Torry’s Ice cream @ Sound Gallery Boutique  Hotel ก็ยังมีไอศกรีมหน้าตาเก๋ๆพร้อมเสิร์ฟเหมือนกับทุกสาขา แต่ว่าก็ยังมีไอศกรีมแบบใหม่ๆให้เลือกสั่งแนะนำไอศกรีมที่มี Inspiration จากผลไม้-ดอกไม้ เช่น ลิ้นจี่กุหลาบ สตรอเบอรี่เลม่อน และสับปะรดภูเก็ต เสิร์ฟสวยมาในลูกแก้วมังกร ผลไม้ที่ไม่อ้วน ตักกินแล้วได้ความสดชื่น


หรือจะเลือกเป็นไอศกรีมที่เสิร์ฟมากับครัวซองสไตล์ฝรั่งเศส ที่อบร้อนแล้วราดด้วยน้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติ กับไอศกรีม 3 รสชาติความอร่อยที่เลือกได้ตามใจได้ทั้งความอร่อยของครัวซอง หอมหวานจากน้ำผึ้ง และเย็นสดชื่นของไอศกรีม ภาษาใต้เรียกว่า “อร่อย..ได้แรง”


หรือจะสั่งเป็น “บานาน่า พาย” ที่เนื้อพายเป็นไอศกรีม แล้วทอปด้วยกล้วยหอมและราดด้วยน้ำตาลพ่นไฟ หอมๆ หวานๆ รสชาติก็ประมาณคล้ายๆกับ ครีมบูเล



สำหรับ Torry’s Ice cream @ Sound Gallery สาขาที่ 4 นี้ มีดีที่พื้นที่จอดรถ จอดได้หลายคัน จอดได้ทั้งวันไม่มีค่าเช่าจอด ปิดทุกวันจันทร์ เปิดให้สั่งความอร่อยได้ทั้งแต่เวลา 11.00-18.00 น. ส่วนวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ เปิดให้บริการถึง 3 ทุ่มกันเลยทีเดียว


แวะเช็คอินที่ “มาดูบัว” MA DOO BUA CAFE’

0 View


แวะ เช็ค อิน ที่ “มา ดู บัว ” MA DOO BUA

“มา ดู บัว” คาเฟ่แห่งใหม่หน้าตาไฉไล..ไม่ไกลจากในเมืองภูเก็ต เด็ด..!! ตรงที่สระบัว“บัววิกตอเรีย”
ที่ว่ากันว่าปลูกยากมาก ดูแลยากมากแต่ก็สามารถปลูกและเติบโตอย่างสวยงามมาได้แล้ว
ที่ มา ดู บัว คาเฟ่แห่งนี้เลยกลายเป็นพิกัดเช็คอินที่ฟินเวอร์ในโลกออนไลน์ นาทีนี้ถ้าใครยังไม่ได้ไปถือว่าพลาดมาก..!!



มีมุมถ่ายภาพเก๋ๆ กับบรรยากาศสวยๆ ให้ได้เลือกถ่ายภาพกับบัวสีเขียวสดใสมากมายหลายมุม
ชอบมุมไหนก็เอาตามสไตล์ของแต่ละคนเลยคับเรียกได้ว่าถูกใจเหล่าบรรดาคนที่ชอบถ่ายภาพเช็คอินลงโชเชียลอย่างแน่นอน
เพราะบรรยากาศที่นี้ขอบอกว่า ฟินนมาก เก๋ไก๋..มันใช่เลย!!!!


สำหรับทีเด็ดของที่นี้ก็คือ การนำบัวหลวงสายพันธุ์ Victoria Lilly ที่มีใบบัวกว้างถึง 1.5 เมตร
ถือว่าใหญ่ที่สุดในตระกูลของบัวมีความแข็งแรงมาก สามารถของรับน้ำหนักได้มากถึง 65 กก.
อีกไม่นาน..ก็จะเปิดให้ไปยืนถ่ายรูปบนใบบัวเก๋ๆกันได้แล้วละค๊าบบ


นอกจากความเก๋ไก๋ในเรื่องของบรรยากาศโดยรอบที่เป็นเรื่องราวใหม่ๆของภูเก็ตแล้วมา ดู บัว คาเฟ่ ก็ยังปิ๊งไอเดีย
นำก้านบัวมาปรุงเป็นอาหารให้เลือกสั่งเลือกทานกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น
ยำก้านบัวกรอบ (220.-) แยกเสิร์ฟน้ำยำมาต่างหาก เพื่อให้ก้านบัวยังคงความกรอบ
หลนก้านบัวกุ้งสด (420.-) เสิร์ฟมาในขันโตกแบบล้านนา ที่อัดแน่นด้วยผักสดและก้านบัวสด
นอกจากนี้ก็ยังมีก้านบัวผัดกะปิ (250.-) ก้านบัวผัดพริกเกลือ (250.-)



ที่พลาดไม่ได้เลยคือ ก้านบัวต้มกะทิปลาทู(350.-) มีความละมุนของกะทิและความนุ่มเหนียวของปลาทูที่สั่งมา
โดยเฉพาะตักทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยอย่างแรง….



ส่วนอาหารจานเดียวก็มีให้เลือกสั่งตามใจ อย่าง ข้าวผัดกระเพราอบหม้อดิน ผัดไทยอกไก่
หรือจะเป็นอาหารชุดสุดอร่อยแบบภูเก็ตอย่าง ข้าวชุดหมูฮ้อง ก็น่าลองมากๆ…


ของหวาน – เครื่องดื่ม ก็หน้าตาดี๊ดี..!! น่ารับประทานแทบทุกอย่างเลย
ทั้งพานาคอตต้าก้านบัวเชื่อม(195.-)และบัวลอยไม่ลอยเก้อ(165.-)


และเครื่องดื่ม Signature ของมาดูบัว ต้มยำโซดา รสชาติจัดจ้าน..ซาบซ่าสาคูเมล่อนลาเต้
กาแฟหน้าตาเก๋ๆที่มีส่วนผสมของสาคูและเมล่อนญี่ปุ่นหรือถ้าต้องการความสดชื่น สั่ง ซัมเมอร์แมนดารินไอส์ที
นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องดื่มในแนวฟิวชั่นมั่นหน้าสวยๆแบบไทยสไตล์ให้เลือกสั่งอีกมากมายเลยทีเดียว



“มา ดู บัว คาเฟ่” เป็นอีกหนึ่งจุดเชคอินเก๋ๆ ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง..


Location : มา ดู บัว 310/51 Moo 1, Baandon-Cherngtalay Rd.,Thalang Phuket, Thailand 83110
Open : 11:00 – 22:00
Tel : 063 593 9939
Facebook : Ma Doo Bua Cafe’ l มา ดู บัว ภูเก็ต

หวานเย็น “HwaanYen” ร้านชาไข่มุกใต้หวันเปิดใหม่ ภูเก็ต

0 View

หวานเย็น “HwaanYen” ร้านชาไข่มุกใต้หวันเปิดใหม่ ภูเก็ต

วันนี้นะคะเรามีร้านชาไข่มุกชาใต้หวันเปิดใหม่ร้านดีร้านเด็ด  มาแนะนำให้ทุกคนได้ลิ้มลองกัน สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านชาที่ดีต่อใจอยู่นั้น .. บอกเลยร้านนี้ไม่ควรพลาด !


หวานเย็น :: Milk Tea ’n about drinks Bar ร้านเครื่องดื่มที่เลือกวัตถุดิบ Hi Quality พิถีพิถันในทุกขั้นตอน รสชาติเข้มข้น ชงสดแก้วต่อแก้ว เครื่องดื่มทุกแก้วของ ‘หวานเย็น’ จะไม่ ‘ทำร้าย’ และ ‘ทำลาย’ สุขภาพของใครแน่นอน มุกอย่างดี พรีเมี่ยมสุดๆ มุกสีทอง [gold bubble] • มุกสีรุ้ง [rainbow bubble] มุกสีชมพู [sakura bubble] • มุกป๊อบ [pop bubble] นมสดพรีเมี่ยม ที่ปราศจากครีมเทียมและสารเติมแต่งกลิ่นรส มีความหวาน ความมันจากนมสดแท้ ใบชาชั้นเลิศ อบแห้งในอุณหภูมิที่พอดีอย่างพิถีพิถัน คงไว้ซึ่ง ‘กลิ่น’ – – ‘รส’ แบบเดิมๆของใบชาต้นตำรับ ส่งตรงจากไร่ชาภาคเหนือของประเทศ

“ชาใต้หวันต้นตำรับ” ชงสดแก้วต่อแก้ว

 

“ชานมกุหลาบ” กลิ่นหอมละมุนละไม

 

“ชาเขียวมัทฉะ” รสชาติจัดจ้านถึงใจ 

 

นมสดมันม่วง” รสชาติหวานมันกินคู่กับไข่มุกเคี้ยวนุ่มกลมกล่อม

 

“ช็อคโกลาวา” ช็อคโกแลตพรีเมี่ยมสุดเข้มข้น

 

ร้านหวานเย็น HwaanYen  เปิดให้ฟินกันทุกวัน (ยกเว้นวันพุธ) เวลา 10.30 – 18.00 น.  ร้านหวานเย็นยังมีเมนูให้เลือกกินเลือกฟินกันอีกหลากหลายเมนู อย่าลืมแวะมาลิ้มลองรสชาติความอร่อยกันนะคะ


Location : สถานีขนส่งภูเก็ต 1 (บขส.เก่า) ถ.พังงา ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต , ภูเก็ต 83000

IG : hwaanyen 2018

FB : หวานเย็น-HwaanYen

Tel : 098-010-3434

10อาหารพื้นเมืองภูเก็ต…ต้องมากินสักครั้งก่อนไป!

0 View

10 อาหารพื้นเมืองภูเก็ต
ต้องมากินสักครั้งก่อนไป!!!

“จังหวัดภูเก็ต” เป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารโดยได้รับการรับรองให้เป็น”เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร หรือ Creative City of Gastronomy” นับเป็นเมืองแรกในแถบอาเซียนเลยทีเดียว โดยเฉพาะอาหารพื้นเมืองของจังหวัดภูเก็ตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนที่ใด วันนี้เราจะพาไปดูกันมา 10 อาหารพื้นเมืองภูเก็ตจะมีอะไรกันบ้าง…


1.หมูฮ้อง

“หมูฮ้อง” เป็นอาหารพื้นเมืองภูเก็ตที่ขึ้นชื่อเมนูหนึ่ง หมูสามชั้นอย่างดีที่นำมาคลุกเคล้าเครื่องเทศและเครื่องปรุงอย่างลงตัว ก่อนจะนำไปผัดและเคี้ยวจนเนื้อนุ่ม รสชาติออกหวานเค็ม กลมกล่อมดีต่อใจเลยละครับหมูฮ้อง“ร้านกินนี้ต๊ะ”


2.หมี่หุ้นแกงปู

แกงปูใบชะพลู หรือน้ำยาปู คล้ายกับน้ำยาของภาคกลางที่กินกับขนมจีน ทางใต้มีอาหารทะเลมากจึงใช้เนื้อปูมาทำ ในจังหวัดภูเก็ตจะใช้ปูสับเป็นชิ้น แต่ในบางจังหวัดใส่เฉพาะเนื้อปู ส่วนพริกแกงนั้นมีรสเข้มข้นตามคแบบฉบับของคนใต้ ใส่ขมิ้นให้น้ำแกงมีสีเหลืองสวย รสชาติเข้มข้น โดยทั่วไปจะกินกับขนมจีน แต่ที่ภูเก็ตจะกินกับเส้นหมี่ หรือเรียกว่า “หมี่หุ้น” ซึ่งน่าจะเป็นอิทธิพลของชาวจีนที่อาศัยอยู่มากในภูเก็ตนั้นเอง

หมี่หุ้นแกงปู“เหมืองกะทู้ มายเฮาส์”


3.น้ำพริกกุ้งเสียบ

“น้ำพริกกุ้งเสียบ” เป็นอีกเมนูขึ้นชื่อของจังหวัดภูเก็ตที่ใครมาภูเก็ตจะต้องได้ลิ้มลอง”น้ำพริกกุ้งเสียบ”กันเลยก็ว่าได้ จะมีรสชาติเปรี้ยว เค็ม หวานและเผ็ดตามแบบฉบับของคนใต้ทานคู่กับผักสดนานาชนิดจะเพิ่มอรรถรสได้มากขึ้นน้ําพริกกุ้งเสียบ “คุณแม่จู้

น้ำพริกกุ้งเสียบ“ครัวสิริญ”


4.โอวต้าว

โอวต้าวหรือหอยนางรมทอดนี้ เป็น อาหารว่าง ของชาวภูเก็ต ไม่ใช่อาหารมื้อหลักแบบชาวภาคกลาง เพราะชาวภูเก็ตทานโอวต้าวกันตอนบ่าย และ ตอนกลางคืนโดยเป็นอาหารว่างมื้อดึก โอวต้าวมีลักษณะคล้ายๆกับหอยทอดผสมเต้าส่วนมีเผือก แป้ง ไข่ กากหมูเจียว แล้วนำไปผัดคลุกเคล้ารวมกันในกะทะเตาถ่านร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวนมีกลิ่มหอมถึงหอมมาก ราดด้วยน้ำจิ้ม โอโหฟินเว่อร์ แถมราคาก็ไม่แพงนะจ่ะ“โอต้าวบางเหนียว”


5.ปอเปี๊ยะสด

ปอเปี้ยะสดของเมืองภูเก็ต จะเป็นปอเปี้ยะสดตามสูตรของชาวจีนฮกเกี้ยน มีไส้เป็นมันแกวผัด ราดด้วยน้ำจิ้มรสเผ็ดนิดหน่อย  ปอเปี้ยะสดแบบนี้จะมีทั่วไปที่ สิงห์โปร์ มาเลย์เซีย ปีนัง ภูเก็ต รวมทั้ง กรุงย่างกุ้งประเทศเมียนม่า  เพราะว่าเมืองเหล่านี้ ชาวจีนฮกเกี้ยนได้อพยพมาอาศัยอยู่กัน  ส่วนปอเปี้ยะสดที่ภาคกลางประเทศไทยจะเป็นปอเปี้ยะสดแบบจีนแต้จิ๋วปอเปี้ยะสดภูเก็ต จะมีเครื่องปรุงหลักคือ มันแกวผัดกับหมูสับจนเปื่อยนิ่ม พร้อมกับใส่หน้าที่เป็นเนื้อต่างๆ ได้แก่ เนื้อปู หมูแดง กุนเชียง หรือ เนื้ออื่นๆ และเครื่องประกอบ ได้แก่ เต้าหูทอดหั่นชิ้นเล็ก หอมเจียว  พร้อมกับผักคือ ผักกาดหอม ถั่วงอกลวก ผักชี น้ำจิ้มจะเป็น พริกตำ กระเทียมสด ผสมกับน้ำซอสบ๊วยปอเปี๊ยะสดฮกเกี้ยน หล่อโรง”


6.ขนมอาโป้ง

ขนมอาโป๊ง เป็นขนมพื้นเมืองเลื่องชื่อของจังหวัดภูเก็ต เดิมทีขนมอาโป้งเป็นขนมพื้นเมืองของชาวมาเลเซีย ซึ่งเรียกกันว่า ‘ขนมเบื้อง’ และต่อมาได้เข้ามาแพร่หลายในจังหวัดภูเก็ต

ชาวภูเก็ตนิยมรับประทานคู่กับชา กาแฟยามเช้า เป็นอาหารว่างง่ายๆ ซึ่งทำจากแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย ไข่ไก่ เอาแต่ไข่แดง น้ำ น้ำกะทิ และยีสต์ผสมกันได้น้ำแป้งพักไว้ เวลาจะทานราดบนกระทะหลุมใบเล็ก กลิ้งน้ำแป้งให้เป็นแผ่นกลมทั่วกระทะ ทิ้งไว้บนเตาอั้งโล่ ควบคุมไฟปานกลาง ปิดฝาไว้สักพัก พอเหลืองลอกออกมาม้วนตั้งทิ้งไว้ แป้งแผ่นจะม้วนกลมอยู่ตัวกรอบแต่ตรงกลางนุ่มขนมอาโป๊ง”โกเหนี่ยวสามกอง”


7.โอ๊ะเอ๋ว

อากาศร้อนๆแบบนี้ถ้ากินของเย็นๆก็คงจะชื่นใจ วันนี้ผมจะแนะนำทุกท่านให้รู้จัก โอ๊ะเอ๋ว หลายท่านคงจะได้ยินหลายคนเขาพูดถึงกันบ่อยๆว่าถ้ามาภูเก็ตแล้วต้องมากิน โอ๊ะเอ๋ว ให้ได้เพราะว่าโอ๊ะเอ๋วนั้นหากินได้ที่ภูเก็ตที่เดียวเท่านั้น…

โอ๊ะเอ๋วทำมาจากเมล็ดพันธุ์พืชชนิดหนึ่ง นำมาแช่น้ำแล้วใช้เมือกของมันมาผสมกับเมือกของกล้วยน้ำว้า ใส่เจี่ยกอเพื่อให้โอ๊ะเอ๋ว เกาะตัวเป็นก้อน เจี่ยกอตัวนี้แหละที่คนทำเต้าฮวยกับเต้าหู้ขาดไม่ได้ เมื่อเสร็จขบวนการขั้นตอนต่างๆแล้วจะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับวุ้นแต่อร่อยกว่านะครับ เพราะหวานหอมจากธรรมชาติจริง ๆ ทานแล้วยังบำรุงร่างกายอีกด้วย เพราะมีสรรพคุณแก้ร้อนใน รับประทานกับน้ำแข็งไสและถั่วแดง รสชาติหวานกลมกล่อมจริง ๆ ขอบอก!!!

โอ๊ะเอ๋ว“ตลาดหล่อโรง”


8.หมี่หุ่นกระดูกหมู

หมี่หุ้นเป็นอาหารภูเก็ต ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน คนภูเก็ตจะนำเส้นหมี่หุ้นมาผัดกับซีอิ้วและปรุงรสจนได้ที หลังจากนั้น โรยด้วยต้นหอมซอยและหอมเจียวทอด ทานคู่กับ ซุปกระดูกหมูร้อนๆ อร่อยฟินเว่อเลยละครับ…“หมี่หุ้นป้าฉ่างจี้ตา”


9.หมี่ผัดฮกเกี้ยน

“หมี่ผัดฮกเกี้ยน” เป็นอาหารพื้นเมืองภูเก็ตที่ไม่ควรพลาด เป็นเมนูขึ้นชื่อของจังหวัดภูเก็ตเลยก็ว่าได้ ด้วยหมี่เหลืองเส้นใหญ่ผัดแบบขลุกขลิก ใส่หมู กุ้ง ปลา หอยติบ ผักกวางตุ้ง ให้เข้ากัน กินกับหอมแดงและใบกุ้ยฉ่ายแกล้ม อร่อยอย่าบอกใครเลยท่านผู้ชม!!!หมี่สะปำ  “หมี่สะปำคุณยายเจียร”“หมี่ฮกเกี้ยนอ่าวเก”


10.โลบะ

โลบะ คืออาหารพื้นเมืองของภูเก็ต นิยมทานเป็นของว่าง ปรุงจากส่วนประกอบหลัก คือ เนื้อหมู โดยมีหัวหมู และเครื่องในหมู ต้มด้วยเครื่องพะโล้ก่อนนำไปลวกด้วยน้ำผสมซีอิ๊วดำจนพอสุก แล้วจึงทอดด้วยน้ำมันจนผิวด้านนอกกรอบ แต่เนื้อในยังคงความนุ่มของเนื้อไว้โลบะกินกับน้ำจิ้มรสหวานอมเปรี้ยวทำจากมะขามเปียกเคี่ยวกับน้ำตาลใส่พริกป่น นิยมรับประทานคู่กับเต้าหู้ทอด หรือ เต่ากั้ว บางครั้งกินกับ เต่ากั้วจี่ ซึ่งเป็นเต้าหู้ก้อนผ่าสามเหลี่ยมยัดไส่กุ้งแห้ง ก่อนนำไปทอด …

“โลบะจี้กุ่ย หล่อโรง”


7 สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาเที่ยว “ย่านเมืองเก่า” ภูเก็ต

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

0 View

7 สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาเที่ยว “ย่านเมืองเก่า” ภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ตจัดว่าเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และความเจริญรุ่งเรืองอันยาวนานอีกเมืองหนึ่งของไทย โดยหนึ่งในรอยอดีตอันรุ่งเรืองของภูเก็ต คือตึกเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีสถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2446 ตึกเก่าเหล่านี้กระจายอยู่ทั่วเมืองภูเก็ตสามารถเดินชมได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ในย่านเมืองเก่ายังมีร้านกาแฟและร้านอาหารอร่อยๆหลายเจ้าให้เที่ยวไป กินไป จะหยิบกล้องถ่ายรูป หรือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเซลฟี่ก็ได้ อย่างเพลิดเพลินใจ….


1.เดินชิลล์ชมบรรยากาศเมืองเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีส

เมื่อเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองภูเก็ต สิ่งแรกที่ผู้ไปเยือนจะรู้สึกสะดุดตาก็คือตึกเก่าที่ตั้งตระหง่านอยู่ในย่านเมืองเก่า เป็นอาคารสไตล์ชิโนโปรตุกีสที่ผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตกเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดภูเก็ต เมื่อมาเที่ยวภูเก็ต ก็ไม่ควรพลาดที่จะมาเยี่ยมชมบรรยากาศเมืองเก่าภูเก็ตกันนะคะ

 


2. แวะถ่ายภาพกับ Street Art เก๋ๆ

แวะมาถ่ายภาพกับสตรีทอาร์ตเก๋ๆในเมืองเก่าภูเก็ต ซึ่งเต็มไปด้วยความหลากหลาย มีการผสมผสานกับวัฒนธรรมผ่านการกินการอยู่ งานอาร์ตดีๆที่เต็มไปด้วยสีสันและแรงบันดาลใจของนักสร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนท้องถนน หรือสตรีทอาร์ตที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วเมืองเก่าภูเก็ต เป็นอีกหนึ่งสีสันที่ต้องห้ามพลาด ถ้าใครมาแล้วไม่ได้ถ่ายรูปเช็คอิน แสดงว่ามาไม่ถึงนะจ๊ะ

“ภาพนี้เป็นความร่วมมือของนักเรียนและนักศึกษาในภูเก็ต เพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”

“ภาพขนมเต่าสีแดง ซึ่งไว้ไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลพ้อต่อ ถัดไปคือรูปนกอินทรีย์ อยู่บริเวณเดียวกับเต่าแดง ซ่อนไว้ซึ่งสัญลักษณ์และสีสันของขนมต่างๆ”


3. นั่งจิบกาแฟชิลล์ๆกับบรรยากาศชิคๆ

นั่งจิบกาแฟชิลล์ๆ กับสไตล์การตกแต่งร้านแบบชิคๆในย่านเมืองเก่า ซึ่งมีให้เลือกชิลล์เลือกชิคกันได้หลากหลายร้าน หลากหลายรูปแบบ แต่ละร้านในย่านเมืองเก่ามีสไตล์การตกแต่งร้านที่โดดเด่น รับรองถ่ายภาพกันจนมือหยิกแน่นอน

“ร้านหนังสือ ร้านกาแฟสุดชิคสไตล์วินเทจ”

“Coffee Bar มีกาแฟให้เลือกหลายแบบ มีขนม เค้ก ของทานเล่นต่างๆ”


4. กินข้าว เมนูอาหารพื้นเมืองภูเก็ต

กินข้าว กับเมนูอาหารพื้นเมืองภูเก็ตในย่านเมืองเก่า อาหารพื้นเมืองของจังหวัดภูเก็ตถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่ยอมรับในเรื่องของรสชาติอันโดนเด่น รับรองอร่อยเด็ด ถูกใจหลายๆคนแน่นอน

“น้ำพริกกุ้งสด”

“น้ำพริกกุ้งเสียบ”

“หมูฮ้อง อาการพื้นเมืองภูเก็ต”


5. ชุดบาบ๋า-ย่าหยา สไตล์ภูเก็ต

เดินชมชุด หรือเช่าชุดบาบ๋า-ย่าหยามาถ่ายรูปเก๋ๆ คู่กับเมืองเก่า ซึ่งชุดบาบ๋าถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ชาวภูเก็ตเองก็ได้สืบทอดประเพณีนี้ไว้เป็นอย่างดี นับว่าเป็นประเพณีที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของชาวภูเก็ต

“สาวๆกับการแต่งกายด้วยชุดบาบ๋า-ย่าหยา”


6. ของฝากพื้นเมืองจังหวัดภูเก็ต

มาถึงภูเก็ตทั้งที ต้องมีของฝากติดไม้ติดไม้ติดมือไปฝากคนที่บ้าน ในย่านเมืองเก่ามีร้านของฝากมากมายให้เลือกซื้อ ร้านขนมพื้นเมืองของชาวภูเก็ต มีให้เลือกทั้งคาวหวาน สามารถเลือกซื้อได้แบบจุใจ


7. ถนนคนเดินตลาดใหญ่

ตกดึก ไม่ควรพลาด เดินเที่ยวชมถนนคนเดินตลาดใหญ่ เป็นถนนสายวัฒนธรรม สองข้างทางรายล้อมไปด้วยตึกสไตล์ชิโนโปรตุกีส  มีสินค้าให้เลือกชมเลือกซื้อหลากหลายอย่าง ทั้งอาหารการกิน เสื้อผ้าเครื่องประดับ ของฝาก ของจุกจิกน่ารักเก๋ๆ เปิดให้เดินเที่ยวชมกันได้ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป ถึง 4 ทุ่ม

” ถ่ายรูปด้านหน้าทางเข้าหลาดใหญ่”

“เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของใช้ ของจุกจิกน่ารักเก๋ๆ”

“นั่งฟังเพลง กินของชิลล์ๆ”

“อาหาร อร่อยๆ มีให้เลือกหลากหลายเมนู”